วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เพิ่มสีสันให้ภาพถ่าย ด้วย Photoshop's Photo Filter


 เพิ่มสีสันให้ภาพถ่าย ด้วย Photoshop's Photo Filter
 
คงจะมีหลายครั้ง ที่เราไปเที่ยวแล้วได้ถ่ายรูปเก็บภาพวิวในบรรยากาศดี ๆ มา แต่พอมาลองดูในคอมที่บ้าน ภาพที่ได้กลับแลดูไม่สด ดูจืด ๆ ยังไงก็ไม่รู้ สรุปคือภาพมันดูไม่น่าสนใจ แสงสี ดูไม่ OK ... บทความนี้ช่วยเพื่อน ๆ ได้ ใครสนใจคลิกกันเข้ามาดูได้เลยค่ะ
   
  
   
บทความนี้ เราจะมาใช้โปรแกรม Photoshop ตกแต่งภาพ โดยจะเป็นการตกแต่งภาพให้ดูมีสีสันเพิ่มมากขึ้น วิธีการทำก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยใช้ Photo Filter ใชการช่วยปรับสี

ขั้นตอนที่ 1 เปิดโปรแกรม Photoshop ขึ้นมา แล้วเปิดภาพที่ต้องการจะตกแต่งเข้ามาในโปรแกรมเลยค่ะ ภาพที่ Webmaster จะเอามาตกแต่งก็ตามภาพแรกเลยค่ะ ดูสีมันไม่สมดุลย์ ดูสีจืด ๆ ว่าจะปรับสองส่วนคือส่วนที่เป็นท้องฟ้า กับส่วนที่เป็นทุ่งหญ้าให้ดูชัดขึ้น

ขอทำส่วนท้องฟ้าก่อนละกัน ว่าแล้วก็ Select ส่วนท้องฟ้ากันก่อนได้เลย ให้ได้ตามภาพในตำแหน่งที่ 1 (การ Select แล้วแต่ตามถนัด จะใช้ Magic Wand Tool หรือ Lasso Tool ก็ได้หรือใช้ผสม ๆ กันไป ตามสะดวกได้เลยค่ะ ขอแค่ให้ Select เป็นขอบเขตตามที่ต้องการได้เป็นพอ)

ขั้นตอนที่ 2 เมื่อ Select ได้ตามรูปตำแหน่งที่ 1 แล้ว ให้ใช้คำสั่ง Layer --> New Adjustment Layer --> Photo Filter (หรือจะกดปุ่มรูปวงกลมดำขาว บริเวณด้านล่างของพาร์เลต Layer แล้วเลือก Photo Filter ก็ได้เหมือนกัน) เมื่อใช้คำสั่งไปแล้วจะมีหน้าต่าง New Layer ปรากฏขึ้น ให้กดปุ่ม OK ไปได้เลย ก็จะปรากฏหน้าต่าง Photo Filter ขึ้นมาตามภาพในตำแหน่งที่ 2 ให้เลือกแบบ Filter เป็น Magenta และกำหนดค่า Density เท่ากัีบ 35% (เพราะอยากให้ท้องฟ้าออกแนวสีม่วง ๆ แกมชุมพูนิด ๆ) ปรับค่าต่าง ๆ ได้ตามภาพตำแหน่งที่ 2 แล้วก็กด OK ได้เลย

ถึงตอนนี้เมื่อเราสังเกตดูที่พาร์เลต Layer เราก็จะเห็นว่ามี Layer เพิ่มขึ้นมา 1 Layer ชื่อว่า Photo Filter 1 หน้าตาเลเยอร์ดูแปลกตาออกสีดำ ๆ ซึ่งเราเรียก Layer แบบนี้ว่า Layer Mask
  
   
ขั้นตอนที่ 3 ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการเพิ่มสีในส่วนของทุ่งหญ้า วิธีการก็เหมือนแบบทำท้องฟ้่า คือต้อง Select พื้นที่ ๆ ต้องการเสียก่อน สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยคลิกที่ Layer Background จากนั้น กดปุ่ม Ctrl ค้างไว้ แล้วนำเมาส์คลิกลงบท Layer ที่มีชื่อว่า Photo Filter 1 วิธีนี้เป็นการ Select ขอบเขตจากขอบเขตของ Layer Mask เมื่อเราได้ Select แล้วให้ใช้คำสั่ง Select --> Inverse ก็จะได้ Select พืนที่ส่วนที่เป็นทุ่งหญ้า ตามภาพในตำแหน่งที่ 3 (วิธีนี้ง่าย และสะดวกดี เพราะเราไม่ต้องมาเสียเวลา Select พื้นที่ทุ่งหญ้าเอง)
  
   
ขั้นตอนที่ 4 เมื่อ Select ได้ตามรูปตำแหน่งที่ 3 แล้ว ให้ใช้คำสั่ง Layer --> New Adjustment Layer --> Photo Filter (วิธีการก็เหมือนการเริ่มต้นทำขั้นตอนที่ 2) แล้วหน้าต่าง Photo Filter ก็จะปรากฏมาตามภาพในตำแหน่งที่ 4 ให้เลือกแบบ Filter เป็น Warming Filter (85) และกำหนดค่า Density เท่ากัีบ 85% เมื่อปรับค่าต่าง ๆ ได้ตามภาพตำแหน่งที่ 4 แล้วก็กด OK ได้เลยค่ะ
  
   
ขั้นตอนที่ 5 เมื่อทำขั้นตอนที่ 4 เสร็จแล้วเราจะเห็นว่าตรงบริเวณที่เป็นน้ำสีมันผิดไป (ก็เพราะเราเลือกทุ่งหญ้ารวมทั้งน้ำด้วย เพราะอยากเอาสะดวก ไม่อยาก Select เฉพาะภาพพื้นหญ้า) วิธีแก้ก็คือต้องมาลบ Mask ในส่วนบริเวณน้ำออกไป วิธีทำก็คือ อย่างแรกเลยก็เลือก Brush Tool แล้วปรับขนาดหัว Brush ให้เหมาะสม และทำให้หัว Brush เป็นแบบเบาบาง (ดูวิธีได้ที่ Tip Photoshop ตามด้านล่างของเพจ) และกำหนดค่าสี Foreground และ Background เป็นสีดำขาว ตามภาพที่ 5 จากนั้นคลิกที่เลเยอร์ Photo Filter 2 และใช้หัว Brush ลบ Mask บริเวณที่เป็นน้ำและดอกไม้บริเวณข้างหน้าออกไป รวมทั้งบริเวณที่เป็นริมน้ำซึ่งอยากให้หญ้าดูเขียวสดขึ้นมาสักนิดเราก็ลบ Mask ออกไป จนได้ลักษณะตามภาพที่ 5

ขั้นตอนที่ 6 ปรับความคมชัดให้ภาพอีกซัีกนิด โดยคลิกที่เลเยอร์ Background จากนั้นเรียกใช้ Curves โดยใช้คำสั่ง Image --> Adjustments --> Curves แล้วปรับค่าเส้น Curves ตามภาพ 6
  
   
แค่นี้ก็เสร็จแล้วค่ะ เราก็จะได้ภาพใหม่ที่ผ่านการตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Photoshop ตามภาพสุดท้ายค่ะ ... บทความนี้ขอจบเท่านี้ก่อนค่ะ ขอออกไปทานข้าวเที่ยงก่อน เลยเวลาทานมาเยอะแล้ว แล้วติดตามอ่านบทความต่อ ๆ ไปด้วยนะค่ะ


Tip Photoshop
วิธีการปรับขนาดของหัว brush และ Stamp
คีย์ลัด เพิ่มให้ขนาดใหญ่ขึ้น กดปุม ]
คีย์ลัด ลดให้ขนาดเล็กลง กดปุม [
วิธีการปรับความบางเบาของหัว brush และ Stamp
คีย์ลัด เพิ่มให้หนาขึ้น กดปุม shift+]
คีย์ลัด ลดให้หนาลง กดปุม shift+[






การสร้างเส้นเล็ก ๆ ด้วยการใช้ Single Column Marquee Tool


 การสร้างเส้นเล็ก ๆ ด้วยการใช้ Single Column Marquee Tool
 
เมื่อวันก่อนได้รับเมล์จากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ท่านหนึ่ง ที่เมล์เข้ามาถามเกี่ยวกับการสร้างเส้นแบ่ง เหมือน ๆ กับเมนูของเว็บ thainextstep.com ซึ่ง Webmaster ก็ได้รับปากไปว่าจะเอาวิธีการทำมาเขียนบทความขึ้นเว็บ เพื่อที่จะได้เป็นการอธิบายให้ผู้ที่สอบถามเข้ามา รวมทั้งอาจจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น ๆ ด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของบทความ ๆ นี้ค่ะ
   
  
   
เส้นที่เราจะมาทำกันวันนี้ ก็คือ การสร้างเส้นเล็ก ๆ สีดำ ตามภาพด้านบน ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็น Basic ที่คิดว่าทำกันได้ง่าย แต่ละคนก็คงมีวิธีคิดว่าจะทำอย่างงั้นอย่างนี้ เอาเป็นว่าวันนี้เราจะทำให้มันง่ายมาก ๆ โดยการใช้เครื่องมือที่มีชื่อว่า Single Column Marquee Tool ขั้นตอนการทำก็มีดังนี้

ขั้นตอนแรก ให้คลิกที่ Marquee Tool แล้วกดเมาส์ค้างไว้ จะมีเครื่องมือในหมวด Marquee Tool ที่ซ่อนอยู่ออกมาให้เลือก ตามภาพหมายเลข 1 ให้เลือกตัวล่างสุด Single Column Marquee Tool เพราะเราจะสร้างเส้นแนวตั้ง
  
   
จากนั้นให้สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมา แล้ววางเคอเซอร์ลงจะสังเกตเห็นเป็นเส้น Selection เล็ก ๆ ความบางแค่ 1 px. เมื่อไ้ด้ตำแหน่งที่ต้องการก็เทสีลงไป ซึ่งก็คงจะเทได้ยากถ้าจะใช้กระป๋องสี เราอาจเทสีโดยการใช้คีย์ลัด โดยการใช้ Ctrl+Del สำหรับเลือกเทสี Background หรือใช้คีย์ลัด Alt+Del สำหรับเลือกเทสี Foreground ในที่นี้เลือกใช้ Ctrl+Del เพราะต้องการเทสีเป็นสีดำ (Background ตอนนี้เป็นสีดำอยู่ ในขณะที่ Foreground เป็นสีขาว ตามรูป หมายเลข 2)
  
   
ถึงตอนนี้ เราก็จะได้เป็นเส้น ๆ ตามที่เราได้เทสีด้วยคีย์ลัดไว้แล้ว ที่เหลือคือ เอาส่วนที่ไม่ต้องการออก โดยคลิกเลือกเครื่องมือ Rectangular Marquee Tool แล้วเลือกส่วนที่ไม่ต้องการตามภาพหมายเลข 3 เลือกได้แล้ว ก็กดปุ่ม Del เพื่อลบบริเวณที่เลือกไว้ออก (ลบออกทั้งบนและล่าง ให้ได้ตามที่เราต้องการ)
  
   
สุดท้ายก็ปรับความเข้มของสีลง (เพราะไม่อยากให้มันเด่นเกิน) โดยการปรับค่า Opacity ของ Layer ลง ก็จะได้ผลลัพธ์ตามภาพแล้วค่ะ
  
   
จริง ๆ แล้วอย่างที่บอกว่าบทความนี่ไม่ยาก เพราะจริง ๆ จะไม่ทำแบบนี้ก็ได้ อาจจะใช้ Rectangular Marquee Tool แล้วเทสี แล้วลบออกก็ไ้ด้ แต่ก็ขอแนะนำ ถือว่าเป็นการแนะนำเครื่องมือ เผื่อว่าบางงานอาจจะได้ใช้เจ้า Single Column Marquee Tool ค่ะ (ยังมีอีกตัว Single Row Marquee Tool สำหรับสร้างเส้นแนวนอน หลักการใช้ก็เหมือน ๆ กันค่ะ)





การตัดแบ่งภาพอย่างรวดเร็วด้วย Slices from Guides

 การตัดแบ่งภาพอย่างรวดเร็วด้วย Slices from Guides
 
บทความนี้เป็นอีกบทความที่เกี่ยวเนื่องจากบทความที่แล้ว เป็นเรื่องของการตัดแบ่งภาพออกเป็นชิ้น ๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องมาใช้ เครื่องมือ Slice (เพราบางครั้งตัดด้วย เครื่องมือ Slice อาจทำให้มีชิ้น Space ได้ โดยไม่ได้ตั้งใจ) ทำง่าย ๆ แถมเอาไปใช้งานได้ง่ายอีกด้วย วิธีการตัดแบ่งภาพอย่างรวดเร็วด้วย Slices from Guides ก็มีขั้นตอนการทำดังนี้
   
  
   
ขอยกตัวอย่างการตัดแบ่งเมนู (เอามาจากบทความที่แล้ว อิอิ) ขั้นตอนแรกเลยก็เปิดภาพที่เราต้องการจะตัดแบ่งเข้ามาในโปรแกรม Photoshop จากนั้นให้สังเกตด้านซ้ายและบนว่ามีไม้บรรทัดตามภาพหมายเลข 1 ถ้าไม่มีก็ให้ใช้คีย์ลัด Ctrl+R เพื่อเรียกใช้งานไม้บรรทัดขึ้นมา
  
   
จากนั้นให้นำเมาส์ไปคลิกบนไม้บรรทัดฝั่งซ้ายมือ จากนั้นกดเมาส์ค้างไว้แล้วเลื่อนเม้ามาบนภาพที่เราต้องการตัดแบ่ง จะสังเกตเห็นว่าสัญลักษณ์เมาส์เราจะเปลี่ยนไป และเมื่อเราคลิกปล่อยเมาส์บนพื้นที่ที่เราจะตัดแบ่งจะมีเส้นสีฟ้าดังภาพหมายเลข 2 ขึ้นมา เราเรียกเส้น ๆ นี้ว่าเส้น Guides เป็นเส้นสำหรับเอาไว้วางตำแหน่งเวลาเราออกแบบหรือจัดวางรูป (เหมือนเป็นเส้นอ้างอิงตำแหน่งต่าง ๆ ) เมื่อวางไปแล้ว เราสามารถเอาเมาส์ไปจับค้างที่เส้น แล้วเลื่อนตำแหน่งของมันได้ตามความต้องการ จะตัดแบ่งรูปอย่างไร ก็ให้สร้างเส้น Guides แบ่งไว้ ในที่นี้จะแบ่งเป็น 3 ส่วน ก็เอาเส้น Guides มาคั้นแบ่งไว้ตามภาพหมายเลข 2 (เส้น Guides เราจะสร้างกี่เส้นก็ไ้ด้ โดยการลากมาจากด้านข้างตามรายละเอียดข้างต้น และหากจะลบเส้นไหนไป ก็เลื่อนเส้น Guides กลับไปวางที่ไม้บรรทัด)

เมื่อปรับตำแหน่งเส้น Guides ได้ตามตำแหน่งที่ต้องการแล้ว ทีนี้ก็ถึงขั้นตอนที่จะทำการตัดแบ่ง ซึ่งเราจะใช้ตัวโปรแกรม ImageReady ในการช่วยทุนแรงของเรา วิธีการก็คือ ให้ทำการคลิกที่ปุ่มล่างสุดของ Tools ตามภาพหมายเลข 3 เืพื่อส่งภาพที่เรากำลังทำในโปรแกรม Photoshop ไปยังโปรแกรม ImageReady (โปรแกรม ImageReady จะถูกเปิดขึ้นมาอัตโนมัติ)
  
   
ถึงขั้นตอนนี้ ภาพของเราก็จะปรากฏในโปรแกรม ImageReady ลักษณะตามภาพด้านบน (มีเส้นสีทอง ๆ รอบภาพมาด้วย) วิธีการตัดแบ่งภาพออกเป็นชิ้น ก็ทำได้ง่าย ๆ โดยใช้คำสั่ง Slices --> Create Slices from Guides จากเมนูบาร์ด้านบนของโปรแกรม ImageReady ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ตามภาพที่ 5
  
   
จะเห็นว่ามี 3 ชิ้น เมื่อเราเอาเมาส์คลิกที่ชิ้นไหน เราก็สามารถที่จะเซฟชิ้นนั้น โดยใช้คำสั่ง File --> Save Optimized As... แล้วเลือก Save as type เป็น Images Only ได้ ซึ่งค่าตั้งต้นจะเป็นไฟล์สกลุ .gif แต่เราจะทำให้ง่ายกว่านี้โดยการ Save ทีเดียวทั้งหมดเพื่อประหยัดเวลา และสะดวกในการนำไปใช้งาน โดยให้ทำการเลือกทุก Slice โดยการกด Shift หรือ Ctrl แล้วคลิกที่ภาพ หรือจะใช้ Ctrl+A ทีเดียวเลยก็ได้ จากนั้นให้ใช้คำสั่ง File --> Save Optimized As... แล้วเลือก Save as type เป็น HTML and Images ตั้งชื่อแล้ว Save ได้เลยค่ะ

เมื่อเราไปเปิดดูข้อมูลที่เรา Save ไว้ก็จะเจอโฟลเดอร์ และไฟล์ html ตามชื่อที่เราได้ตั้งดังรูปด้านล่างค่ะ เมื่อลองเปิดไฟล์ html ผ่านบราวเซอร์ดูก็จะได้ดังภาพ ส่วนในโฟลเดอร์ images ก็จะมีรูปที่เราตัดแบ่งแล้วอยู่ ซึ่งจะได้ตามภาพด้านล่างค่ะ
  
   
สำหรับการนำไปใช้งาน เราก็แค่เพียงก๊อปปี้โำฟลเดอร์ images ไปไว้ใน site ที่เราสร้างเว็บ จากนั้น เปิดไฟล์ที่เป็น .html ขึ้นมาด้วยโปรแกรมดรีมฯ แล้วก็ก๊อปปี้โค้ดไปใช้ทั้งตาราง (การเซฟเป็นแบบ HTML and Images ไฟล์ html ที่ถูกสร้างขึ้น ในส่วนที่เป็นการแบ่ง slice จะสร้างเป็นตารางให้เราอัตโนมัติ) เพียงเท่านี้เราก็เอารูปไปใช้งานได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปเสียเวลาสร้างตารางใหม่และเสียเวลาเรียกรูปเข้ามาในโปรแกรมดรีมฯ ทีละภาพ ๆ อีกต่อไป ขอแค่เพียง Path ของรูปยังเหมือนเดิมก็เอาไปใช้งานได้ทันที ... ลองเอาไปทำดูนะค่ะ เว็บมาสเตอร์ขอไปนอนก่อนแล้ว ผลจากการถ่างตาเชียร์บอลเมื่อคืนเริ่มจะมาแล้ว ง่วงมาก ๆ สมองก็เริ่มจะเบลอ ๆ ขอไปนอนก่อนค่ะ






ตกแต่งภาพ เอาส่วนที่ไม่ต้องการออกไป โดยใช้ Patch Tool

ตกแต่งภาพ เอาส่วนที่ไม่ต้องการออกไป โดยใช้ Patch Tool



 
สำหรับเครื่องมือ Patch Tool ก็เป็นเครื่องมือสำหรับการรีทัชและตกแต่งภาพ ที่ได้รับความนิยมและใช้กันอยู่บ่อย ๆ จุดประสงค์ของการใช้ก็เพื่อเอาส่วนที่ไม่ต้องการออกไป ลักษณะคล้าย ๆ การใช้ Stamp Tool ของบทความ ลบริ้วรอย จุดไฝ บนใบหน้าด้วยการใช้ Stamp Tool ซึ่งเป็นการเอาส่วนที่ดีมาแปะทับส่วนที่ไม่ต้องการ แต่ Patch Tool นั้นเป็นการเลือกส่วนที่ไม่ต้องการแล้วลากไปวางบนพื้นที่ส่วนที่ดี เพื่อให้พื้นที่ ๆ ไม่ต้องการนั้น เปลี่ยนไปเป็นเหมือนพื้นที่ ๆ ลากไปวาง (อ่านแล้วอาจจะงง Webmaster เป็นพวกสื่อสารไม่ค่อยจะได้เรื่อง เอาเป็นว่าไปดูขั้นตอนการทำ Workshop แล้วลองทำตามดูแล้วกันค่ะ)
 
  
  
   
ขั้นตอนที่ 1 ให้เปิดภาพที่ต้องการจะแก้ไขเข้ามาในโปรแกรม Photoshop จากนั้นก็คลิกขวาที่เครื่องมือ Healing Brush Tool จาก Tool Box แล้วเลือกเครื่องมือตัวที่ 2 ที่มีชื่อว่า Patch Tool ตามภาพหมายเลข 1
  
   
ขั้นตอนที่ 2 ให้ใช้เครื่องมือ Patch Tool ทำการ Select รอบ ๆ พื้นที่ ๆ เราต้องการจะเอาออก (ในที่นี้ ต้องการจะให้รูปดาวหายไป กลายเป็นทรายแทน) จากนั้นเมื่อ Select พื้นที่ ๆ ไม่ต้องการแล้ว เราต้องการให้พื้นผิวตรงที่เลือกนี้ เปลี่ยนไปเป็นแบบไหน ก็ให้ทำการลาก Select นี้ ไปปล่อยบริเวณที่เราต้องการพื้นผิว (อยากให้รูปดาวกลายเป็นทราย Select แล้วก็ลากไปวางที่พื้นที่ ๆ เป็นทราย บริเวณที่มีลูกศร)
  
   
ผลลัพธ์ ก็จะได้ตามภาพสุดท้าย รูปดาวหายไปกลายเป็นพื้นทรายแทน เสร็จแล้วค่ะ ง่ายใช้ไหมละค่ะ ...
 
ส่วนใหญ่เราก็ใช้เครื่องมือตัวนี้ ในการรีทัช ที่เห็นบ่อย ๆ ก็เช่น การลบสิวเสี้ยนออกจากใบหน้า เป็นต้น และอื่น ๆ แล้วแต่วัตถุประสงค์ จริง ๆ เราใช้เครื่องมืออื่น ๆ เช่น Stamp Tool ก็ไ้ด้เหมือนกันค่ะ

บทความนี้ก็ถือเป็นการเอาเครื่องมือในโปรแกรม Photoshop มาแนะนำกันค่ะ เผื่อว่าจะได้ใช้กัน เพราะงานบางงาน เครื่องมือบางตัวก็มีขีดจำกัด หรือบางคนก็ถนัดไม่เหมือนกัน ตัวนี้อาจจะใช้ง่าย ตัวโน่นใช้ยาก ตัวนี้ทำงานเร็วกว่า ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนค่ะ รู้ไว้หลาย ๆ อย่างไม่เสียหายค่ะ ... แล้วเจอกันใหม่ในบทความต่อ ๆ ไปค่ะ หรือเจอกันใน Facebook ค่ะ






สร้างตัวอักษรแบบลูกกวาด ด้วยการใช้ Layer Style


สร้างตัวอักษรแบบลูกกวาด ด้วยการใช้ Layer Style
 
บทความ Photoshop บทความนี้ จะเป็นการใส่ลูกเล่นให้กับข้อความ ด้วยการใช้ Layer Style จนทำให้ข้อความธรรมดา ๆ กลายเป็นข้อความที่ดูดี และน่าสนใจ สไตล์ลูกกวาดหวานแหว๋ว มีวิธีการทำอย่างไร ศึกษาได้จากบทความนี้
   
  
   
บทความนี้เราจะมาใช้โปรแกรม Photoshop ใส่ Layer Style ให้ข้อความที่เราสร้างขึ้น จนได้ผลลัพธ์ตามภาพที่ 1

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนแรกเลยก็ให้เปิดโปรแกรม Photoshop ขึ้นมาจากนั้นสร้างไฟล์ใหม่ โดยใช้คำสั่ง File --> New เลือก Background ของชิ้นงานที่จะสร้างให้เป็นสีขาว จากนั้นเมื่อได้ชิ้นงานมาแล้ว ให้เลือกใช้เครื่องมือ Type Tool แล้วทำการเลือกสี Foreground เป็นสีเขียวตามภาพที่ 1 (ใช้เครื่องมือ Eyedropper tool ดูดสีเอาจากภาพในบทความได้เลยค่ะ Eyedropper tool คือเครื่องมือที่อยู่บน เครื่องมือที่เป็นรูปแว่น) จากนั้นพิมพ์ข้อความที่เราต้องการจะสร้างค่ะ (ในที่นี้สร้างในพื้นที่ความกว้าง 360 px. เน้นรูปแบบตัว Font ที่มีความหนาเยอะ ๆ เวลาใส่ Style จะได้เห็นได้ชัดเจน ตามภาพใช้ Font BlueStone ขนาด 85 pt.)

ขั้นตอนที่ 2 เมื่อสร้างข้อความได้แล้ว ขั้นตอนต่อมา ก็ให้คลิกที่ Layer ข้อความที่เราสร้างขึ้น จากนั้นใช้คำสั่ง Layer --> Layer Style --> Blending Options ... เพื่อเรียกใช้งาน Layer Style เริ่มต้นกันด้วยอันดับแรก การใส่ Drop Shadowโดยคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Drop Shadow ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 2 จากนั้นคลิกที่ Drop Shadow แล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลฝั่งขวามือ ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นการใส่เงาด้านล่างให้กับข้อความที่เราสร้างขึ้น
  
   
ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นต่อมาเราจะใส่ Style ในส่วนของ Inner Shadow ซึ่งก็คือการใส่เงาด้านในของข้อความ ให้ทำการโดยคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Inner Shadow ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 3 คลิกที่ Inner Shadow แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ

ขั้นตอนที่ 4 ต่อมาเราจะทำการใส่ Style ในส่วนของ Outer Glow ซึ่งเป็นการใส่แสงเรือง ๆ ให้กัีบบริเวณด้านนอกของข้อความ โดยการคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Outer Glow ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 4 คลิกที่ Outer Glow แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ
  
   
ขั้นตอนที่ 5 ต่อมาเราจะทำการใส่ Style ในส่วนของ Inner Glow ซึ่งเป็นการใส่แสงเรือง ๆ ให้กัีบบริเวณด้านในของข้อความ โดยการคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Inner Glow ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 5 คลิกที่ Inner Glow แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ

ขั้นตอนที่ 6 ต่อมาเราจะทำการใส่ Style ในส่วนของ Bevel and Emboss ซึ่งเป็นรอยบากรอยนูนของข้อความ โดยการคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Bevel and Emboss ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 6 คลิกที่ Bevel and Emboss แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ
  
   
ขั้นตอนที่ 7 ต่อมาเราจะทำการใส่ Style ในส่วนของ Contour ของ Bevel and Emboss เพื่อกำหนดลัษณ์ความสูงต่ำของการนูนของข้อความ โดยการคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Contour ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 7 คลิกที่ Contour แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ

ขั้นตอนที่ 8 ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทำการใส่ Style ในส่วนของ Satin เพื่อใส่สีเลื่อมเงาภายในตัวข้อความ โดยการคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Satin ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 7 คลิกที่ Contour แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ จากนั้นคลิก OK ก็จะได้ผลลัพธ์ตามภาพที่ 1
  
   
สำหรับวัตถุประสงค์ของการสอนการใช้งาน โปรแกรม Photoshop ในบทความนี้ ก็เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ Layer Style ของโปรแกรม Photoshop ซึ่งมีความยืดหยุ่น เราสามารถกำหนด Style แต่ละตัว ให้ได้ออกมาเป็นข้อความลักษณะต่าง ๆ ได้หลากหลาย ลองเอาไปลองเล่นกันดูนะค่ะ (ลองปรับแต่งแก้ไข Style ดูค่ะ โดยดับเบิ้ลคลิกที่ Layer ข้อความ เพื่อเรียก Layer Style ขึ้นมาค่ะ)

สำหรับการใช้ Style นั้น จริง ๆ เราเคยลองใช้กันไปบ้างแล้วในส่วนของบทความ "การทำตัวอักษรสีทอง" และอีกหลาย ๆ บทความ ที่เป็นการสร้างข้อความตัวอักษร นอกจากนี้แล้ว เราก็ยังเคยใช้ Style สำเร็จที่มีอยู่ใน โปรแกรม Photoshop ไปแล้วด้วย นั้นก็คือบทความ "สร้างปุ่มแบบง่าย ๆ ด้วย Style (แบบที่ 2)" ซึ่งเราอาจจะใช้วิธีการลักษณะเดียวกันกับการสร้างปุ่ม ในการใส่ Style ให้กับข้อความก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ที่แนะนำบทความนี้ เพราะต้องการให้เราลองปรับใช้เอง ซึ่งมีความยืดหยุ่นหลากหลายมากกว่า เพราะเราสามารถกำหนดปรับแต่ง Style ให้ออกมาได้หลายร้อยหลายหมื่นรูปแบบ ไม่ซ้ำกันเลย ลองเอาไปปรับกันดูค่ะ... เดียวบทความนี้ขอจบเท่านี้ก่อนค่ะ เพราะรู้สึกว่าจะยาวเหลือเกินค่ะ





สร้างภาพดูโอโทน ด้วย Photoshop แบบง่ายสุดๆ

 สร้างภาพดูโอโทน (Duotone) ด้วย Photoshop แบบง่ายสุด ๆ
 
บทความนี้ เราจะมาใช้โปรแกรม Photoshop เปลี่ยนโหมดสีของภาพ เพื่อสร้างภาพให้ออกมาเป็นโหมดสีแนวดูโอโทน (Duotone) กันค่ะ วิธีการทำนั้นง่ายมาก ๆ ค่ะ ใครสนใจดูได้ที่บทความ Photoshop บทความนี้เลยค่ะ
   
  
   
โหมดการเปลี่ยนสีภาพเป็นลักษณะ Duotone นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่แตกมาจากโหมดสีแบบ Grayscale โดยเป็นลักษณะของการใช้สีแทนที่สีขาวและดำในภาพ Grayscale เพื่อให้กลายเป็นสีอื่น ๆ

ขั้นตอนแรก หลังจากที่ได้เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการจะตกแต่ง เข้ามาในโปรแกรม Photoshop แล้ว ให้ทำการเปลี่ยนโหมดของภาพให้เป็นแบบ Grayscale ก่อน โดยใช้คำสั่ง Image --> Mode --> Grayscale
  
   
ขั้นตอนที่ 2 หลังจากภาพถูกเปลี่ยนโหมดเป็นภาพแบบ Grayscale ตามภาพที่ 2 แล้ว เราก็มาเปลี่ยนภาพเป็นโหมดสีแบบDuotone โดยใช้คำสั่ง Image --> Mode --> Duotone สังเกตบริเวณ Type จะเป็น Duotone (แบบ 2 เฉดสี) ตามภาพในตำแหน่งที่ 1
  
   
ขั้นตอนที่ 3 ในส่วนของหน้าต่าง Duotone Option เราสามารถที่จะเปลี่ยนเลือกใช้โทนสีที่ต้องการจะใช้แทนที่สีขาวดำในภาพ Grayscale ซึ่งสามารถเลือกเปลี่ยนสีได้โดยคลิกที่สี ที่บริเวณตำแหน่งที่ 2 (เลือกเปลี่ยนได้ทั้ง 2 สี และสามารถปรับแต่ง Curve เพื่อปรับน้ำหนักของสีได้ด้วยเช่นกัน) ซึ่งเมื่อเราคลิกแล้วจะมีหน้าต่าง Custom Colors มาให้เลือก ตามตำแหน่งหมายเลข 3 ซึ่งอยากไ้ด้ภาพแนว Duotone ออกมาเป็นสีไหน ก็เลือกสีได้ตามใจชอบเลยค่ะ
  
   
ขั้นตอนที่ 4 เมื่อเลือกสีที่จะแทนที่ และปรับแต่ง Curve ไล่น้ำหนักโทน เรียบร้อยแล้ว ก็คลิกปุ่ม OK ได้เลยค่ะ ผลลัพธ์ของการตกแต่งภาพ Duotone ที่ได้จากการกำหนดสีตามภาพด้านบน ก็จะได้ภาพแนว Duotone ตามภาพด้านล่างค่ะ ส่วนภาพด้านล่างอีก 2 ภาพก็เป็นการใช้สีเหลือง และสีฟ้าในการแทนที่ และมีการปรับแต่ง Curve ก็จะได้ลักษณะภาพออกมาอย่างที่้เห็นค่ะ
  
   
นอกจากนี้แล้วในส่วนของโหมด Duotone ยังสามารถแทนที่สีได้ไม่เฉพาะแค่ 2 เฉดสี แต่มีให้เลือกได้ในส่วนของ Type ในภาพตำแหน่งที่ 1 ซึ่งเราสามารถเลือก Type ได้เป็น 4 แบบดังนี้

Monotone เป็นการตกแต่งภาพ ให้เป็นภาพที่ใช้โทนสีเดียวแทนโทนสีดำของภาพ
Duotone เป็นการตกแต่งภาพ ให้เป็นภาพที่ใช้โทนสีสองสีแทนโทนสีดำของภาพ
Tritone เป็นการตกแต่งภาพ ให้เป็นภาพที่ใช้โทนสีสามสีแทนโทนสีดำของภาพ
Quadtone เป็นการตกแต่งภาพ ให้เป็นภาพที่โทนสีสี่ีสีแทนโทนสีดำของภาพ

ลองเอาไปตกแต่งภาพเล่น ๆ ดูนะค่ะ โดยส่วนตัว Webmaster ก็ชอบภาพลักษณะนี้ดูเก่า ๆ ได้อารมณ์ภาพไปอีกแบบค่ะ สำหรับบทความ Photoshop บทความนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ค่ะ





สร้างกรอบรูปแบบรอยพู่กัน ด้วย Layer mask และ Brush Tool


 สร้างกรอบรูปแบบรอยลากพู่กัน ด้วย Layer Mask และ Brush Tool
 
หลังจากหายหน้าไปนาน วันนี้ Webmaster กลับมาพร้อมบทความการทำกรอบรูปโดยใช้ Layer Mask และ Brush Tool เพื่อให้ได้กรอบรูปลักษณะแบบรอยลากพู่กัน ใครสนใจคลิกเลยค่ะ
   
  
   
ขั้นตอนแรกเลยก็เปิดโปรแกรม Photoshop ในเครื่องขึ้นมาเลยค่ะ และทำการ Open File รูปที่ต้องการจะนำมาตกแต่งภาพ การสร้างกรอบรูปเข้ามาในโปรแกรม Photoshop ค่ะ
  
   
ขั้นตอนที่ 2 หลังจากเปิดไฟล์ขึ้นมาแล้ว ให้ทำการสร้าง Layer ใหม่ โดยการคลิกที่ Creat a new Layer ตามภาพตำแหน่งหมายเลข 2 ดังภาพด้านบน ซึ่งจะทำให้มี Layer เพิ่มขึ้นมาอีก 1 Layer ดังภาพด้านล่างในตำแหน่งที่ 3 ค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 ต่อมาเราจะทำการ Add Layer Mask ให้กับเลเยอร์ที่ได้สร้างขึ้นใหม่ ซึ่งสามารถทำได้โดยการคลิกที่ปุ่ม Add layer mask ดังภาพด้านล่างในตำแหน่งที่ 4
  
   
ขั้นตอนที่ 4 จะเป็นขั้นตอนการเลือกหัวแปรง หรือ Brush ซึ่งทำได้โดยเลือกเครื่องมือ Brush Tool จาก Tool Box ดังภาพในตำแหน่งที่ 5 หลังจากนั้นให้เปลี่ยนหัวแปลงให้มีลักษณะคล้ายพู่กัน ทำได้โดยคลิกที่ตำแหน่ง A จากนั้นคลิกที่ตำแหน่ง B เพื่อเลือกลักษณะรูปแบบ Brush โดยให้เลือกเป็น Thick Heavy Brushes และเลือก Brush ที่มีชื่อว่า Flat Bristle ตามภาพในตำแหน่ง C
  
   
ขั้นตอนที่ 5 เมื่อได้เลือกหัวแปรงเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการคลิกที่ Layer ที่เราได้สร้างเตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 2 และได้สร้าง Layer Mask ไว้แล้ว (Layer ด้านบนที่พื้นสีขาว) โดยให้คลิกบริเวณที่เป็น Layer Mask จากนั้นให้คลิกเมาส์และลาก Brush ลงบนภาพ ในลักษณะคล้าย ๆ การระบายสีภาพ
  
   
เมื่อเราทำตามขั้นตอนในข้อ 5 เสร็จ เราก็จะได้ผลลัพธ์ลักษณะตามภาพสุดท้าย แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ใครจะเอาไปตกแต่งเพิ่มเติมให้เหมือนภาพลักษณะภาพวาดสีน้ำมันก็ได้ ลองเอาไป Apply กันดูค่ะ ... สำหรับบทความ photoshop บทความนี้ก็มีเพียงแค่นี้ค่ะ เจอกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ