| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
เพิ่มสีสันให้ภาพถ่าย ด้วย Photoshop's Photo Filter
การสร้างเส้นเล็ก ๆ ด้วยการใช้ Single Column Marquee Tool
| การสร้างเส้นเล็ก ๆ ด้วยการใช้ Single Column Marquee Tool | ||
เมื่อวันก่อนได้รับเมล์จากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ท่านหนึ่ง ที่เมล์เข้ามาถามเกี่ยวกับการสร้างเส้นแบ่ง เหมือน ๆ กับเมนูของเว็บ thainextstep.com ซึ่ง Webmaster ก็ได้รับปากไปว่าจะเอาวิธีการทำมาเขียนบทความขึ้นเว็บ เพื่อที่จะได้เป็นการอธิบายให้ผู้ที่สอบถามเข้ามา รวมทั้งอาจจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น ๆ ด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของบทความ ๆ นี้ค่ะ
| ||
เส้นที่เราจะมาทำกันวันนี้ ก็คือ การสร้างเส้นเล็ก ๆ สีดำ ตามภาพด้านบน ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็น Basic ที่คิดว่าทำกันได้ง่าย แต่ละคนก็คงมีวิธีคิดว่าจะทำอย่างงั้นอย่างนี้ เอาเป็นว่าวันนี้เราจะทำให้มันง่ายมาก ๆ โดยการใช้เครื่องมือที่มีชื่อว่า Single Column Marquee Tool ขั้นตอนการทำก็มีดังนี้
ขั้นตอนแรก ให้คลิกที่ Marquee Tool แล้วกดเมาส์ค้างไว้ จะมีเครื่องมือในหมวด Marquee Tool ที่ซ่อนอยู่ออกมาให้เลือก ตามภาพหมายเลข 1 ให้เลือกตัวล่างสุด Single Column Marquee Tool เพราะเราจะสร้างเส้นแนวตั้ง | |||
จากนั้นให้สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมา แล้ววางเคอเซอร์ลงจะสังเกตเห็นเป็นเส้น Selection เล็ก ๆ ความบางแค่ 1 px. เมื่อไ้ด้ตำแหน่งที่ต้องการก็เทสีลงไป ซึ่งก็คงจะเทได้ยากถ้าจะใช้กระป๋องสี เราอาจเทสีโดยการใช้คีย์ลัด โดยการใช้ Ctrl+Del สำหรับเลือกเทสี Background หรือใช้คีย์ลัด Alt+Del สำหรับเลือกเทสี Foreground ในที่นี้เลือกใช้ Ctrl+Del เพราะต้องการเทสีเป็นสีดำ (Background ตอนนี้เป็นสีดำอยู่ ในขณะที่ Foreground เป็นสีขาว ตามรูป หมายเลข 2)
| |||
ถึงตอนนี้ เราก็จะได้เป็นเส้น ๆ ตามที่เราได้เทสีด้วยคีย์ลัดไว้แล้ว ที่เหลือคือ เอาส่วนที่ไม่ต้องการออก โดยคลิกเลือกเครื่องมือ Rectangular Marquee Tool แล้วเลือกส่วนที่ไม่ต้องการตามภาพหมายเลข 3 เลือกได้แล้ว ก็กดปุ่ม Del เพื่อลบบริเวณที่เลือกไว้ออก (ลบออกทั้งบนและล่าง ให้ได้ตามที่เราต้องการ)
| |||
สุดท้ายก็ปรับความเข้มของสีลง (เพราะไม่อยากให้มันเด่นเกิน) โดยการปรับค่า Opacity ของ Layer ลง ก็จะได้ผลลัพธ์ตามภาพแล้วค่ะ
| |||
จริง ๆ แล้วอย่างที่บอกว่าบทความนี่ไม่ยาก เพราะจริง ๆ จะไม่ทำแบบนี้ก็ได้ อาจจะใช้ Rectangular Marquee Tool แล้วเทสี แล้วลบออกก็ไ้ด้ แต่ก็ขอแนะนำ ถือว่าเป็นการแนะนำเครื่องมือ เผื่อว่าบางงานอาจจะได้ใช้เจ้า Single Column Marquee Tool ค่ะ (ยังมีอีกตัว Single Row Marquee Tool สำหรับสร้างเส้นแนวนอน หลักการใช้ก็เหมือน ๆ กันค่ะ)
| |||
การตัดแบ่งภาพอย่างรวดเร็วด้วย Slices from Guides
| การตัดแบ่งภาพอย่างรวดเร็วด้วย Slices from Guides | ||
บทความนี้เป็นอีกบทความที่เกี่ยวเนื่องจากบทความที่แล้ว เป็นเรื่องของการตัดแบ่งภาพออกเป็นชิ้น ๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องมาใช้ เครื่องมือ Slice (เพราบางครั้งตัดด้วย เครื่องมือ Slice อาจทำให้มีชิ้น Space ได้ โดยไม่ได้ตั้งใจ) ทำง่าย ๆ แถมเอาไปใช้งานได้ง่ายอีกด้วย วิธีการตัดแบ่งภาพอย่างรวดเร็วด้วย Slices from Guides ก็มีขั้นตอนการทำดังนี้
| ||
ขอยกตัวอย่างการตัดแบ่งเมนู (เอามาจากบทความที่แล้ว อิอิ) ขั้นตอนแรกเลยก็เปิดภาพที่เราต้องการจะตัดแบ่งเข้ามาในโปรแกรม Photoshop จากนั้นให้สังเกตด้านซ้ายและบนว่ามีไม้บรรทัดตามภาพหมายเลข 1 ถ้าไม่มีก็ให้ใช้คีย์ลัด Ctrl+R เพื่อเรียกใช้งานไม้บรรทัดขึ้นมา
| |||
จากนั้นให้นำเมาส์ไปคลิกบนไม้บรรทัดฝั่งซ้ายมือ จากนั้นกดเมาส์ค้างไว้แล้วเลื่อนเม้ามาบนภาพที่เราต้องการตัดแบ่ง จะสังเกตเห็นว่าสัญลักษณ์เมาส์เราจะเปลี่ยนไป และเมื่อเราคลิกปล่อยเมาส์บนพื้นที่ที่เราจะตัดแบ่งจะมีเส้นสีฟ้าดังภาพหมายเลข 2 ขึ้นมา เราเรียกเส้น ๆ นี้ว่าเส้น Guides เป็นเส้นสำหรับเอาไว้วางตำแหน่งเวลาเราออกแบบหรือจัดวางรูป (เหมือนเป็นเส้นอ้างอิงตำแหน่งต่าง ๆ ) เมื่อวางไปแล้ว เราสามารถเอาเมาส์ไปจับค้างที่เส้น แล้วเลื่อนตำแหน่งของมันได้ตามความต้องการ จะตัดแบ่งรูปอย่างไร ก็ให้สร้างเส้น Guides แบ่งไว้ ในที่นี้จะแบ่งเป็น 3 ส่วน ก็เอาเส้น Guides มาคั้นแบ่งไว้ตามภาพหมายเลข 2 (เส้น Guides เราจะสร้างกี่เส้นก็ไ้ด้ โดยการลากมาจากด้านข้างตามรายละเอียดข้างต้น และหากจะลบเส้นไหนไป ก็เลื่อนเส้น Guides กลับไปวางที่ไม้บรรทัด)
เมื่อปรับตำแหน่งเส้น Guides ได้ตามตำแหน่งที่ต้องการแล้ว ทีนี้ก็ถึงขั้นตอนที่จะทำการตัดแบ่ง ซึ่งเราจะใช้ตัวโปรแกรม ImageReady ในการช่วยทุนแรงของเรา วิธีการก็คือ ให้ทำการคลิกที่ปุ่มล่างสุดของ Tools ตามภาพหมายเลข 3 เืพื่อส่งภาพที่เรากำลังทำในโปรแกรม Photoshop ไปยังโปรแกรม ImageReady (โปรแกรม ImageReady จะถูกเปิดขึ้นมาอัตโนมัติ) | |||
ถึงขั้นตอนนี้ ภาพของเราก็จะปรากฏในโปรแกรม ImageReady ลักษณะตามภาพด้านบน (มีเส้นสีทอง ๆ รอบภาพมาด้วย) วิธีการตัดแบ่งภาพออกเป็นชิ้น ก็ทำได้ง่าย ๆ โดยใช้คำสั่ง Slices --> Create Slices from Guides จากเมนูบาร์ด้านบนของโปรแกรม ImageReady ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ตามภาพที่ 5
| |||
จะเห็นว่ามี 3 ชิ้น เมื่อเราเอาเมาส์คลิกที่ชิ้นไหน เราก็สามารถที่จะเซฟชิ้นนั้น โดยใช้คำสั่ง File --> Save Optimized As... แล้วเลือก Save as type เป็น Images Only ได้ ซึ่งค่าตั้งต้นจะเป็นไฟล์สกลุ .gif แต่เราจะทำให้ง่ายกว่านี้โดยการ Save ทีเดียวทั้งหมดเพื่อประหยัดเวลา และสะดวกในการนำไปใช้งาน โดยให้ทำการเลือกทุก Slice โดยการกด Shift หรือ Ctrl แล้วคลิกที่ภาพ หรือจะใช้ Ctrl+A ทีเดียวเลยก็ได้ จากนั้นให้ใช้คำสั่ง File --> Save Optimized As... แล้วเลือก Save as type เป็น HTML and Images ตั้งชื่อแล้ว Save ได้เลยค่ะ
เมื่อเราไปเปิดดูข้อมูลที่เรา Save ไว้ก็จะเจอโฟลเดอร์ และไฟล์ html ตามชื่อที่เราได้ตั้งดังรูปด้านล่างค่ะ เมื่อลองเปิดไฟล์ html ผ่านบราวเซอร์ดูก็จะได้ดังภาพ ส่วนในโฟลเดอร์ images ก็จะมีรูปที่เราตัดแบ่งแล้วอยู่ ซึ่งจะได้ตามภาพด้านล่างค่ะ | |||
สำหรับการนำไปใช้งาน เราก็แค่เพียงก๊อปปี้โำฟลเดอร์ images ไปไว้ใน site ที่เราสร้างเว็บ จากนั้น เปิดไฟล์ที่เป็น .html ขึ้นมาด้วยโปรแกรมดรีมฯ แล้วก็ก๊อปปี้โค้ดไปใช้ทั้งตาราง (การเซฟเป็นแบบ HTML and Images ไฟล์ html ที่ถูกสร้างขึ้น ในส่วนที่เป็นการแบ่ง slice จะสร้างเป็นตารางให้เราอัตโนมัติ) เพียงเท่านี้เราก็เอารูปไปใช้งานได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปเสียเวลาสร้างตารางใหม่และเสียเวลาเรียกรูปเข้ามาในโปรแกรมดรีมฯ ทีละภาพ ๆ อีกต่อไป ขอแค่เพียง Path ของรูปยังเหมือนเดิมก็เอาไปใช้งานได้ทันที ... ลองเอาไปทำดูนะค่ะ เว็บมาสเตอร์ขอไปนอนก่อนแล้ว ผลจากการถ่างตาเชียร์บอลเมื่อคืนเริ่มจะมาแล้ว ง่วงมาก ๆ สมองก็เริ่มจะเบลอ ๆ ขอไปนอนก่อนค่ะ
| |||
ตกแต่งภาพ เอาส่วนที่ไม่ต้องการออกไป โดยใช้ Patch Tool
| ตกแต่งภาพ เอาส่วนที่ไม่ต้องการออกไป โดยใช้ Patch Tool | |
สำหรับเครื่องมือ Patch Tool ก็เป็นเครื่องมือสำหรับการรีทัชและตกแต่งภาพ ที่ได้รับความนิยมและใช้กันอยู่บ่อย ๆ จุดประสงค์ของการใช้ก็เพื่อเอาส่วนที่ไม่ต้องการออกไป ลักษณะคล้าย ๆ การใช้ Stamp Tool ของบทความ ลบริ้วรอย จุดไฝ บนใบหน้าด้วยการใช้ Stamp Tool ซึ่งเป็นการเอาส่วนที่ดีมาแปะทับส่วนที่ไม่ต้องการ แต่ Patch Tool นั้นเป็นการเลือกส่วนที่ไม่ต้องการแล้วลากไปวางบนพื้นที่ส่วนที่ดี เพื่อให้พื้นที่ ๆ ไม่ต้องการนั้น เปลี่ยนไปเป็นเหมือนพื้นที่ ๆ ลากไปวาง (อ่านแล้วอาจจะงง Webmaster เป็นพวกสื่อสารไม่ค่อยจะได้เรื่อง เอาเป็นว่าไปดูขั้นตอนการทำ Workshop แล้วลองทำตามดูแล้วกันค่ะ)
| |||
ขั้นตอนที่ 1 ให้เปิดภาพที่ต้องการจะแก้ไขเข้ามาในโปรแกรม Photoshop จากนั้นก็คลิกขวาที่เครื่องมือ Healing Brush Tool จาก Tool Box แล้วเลือกเครื่องมือตัวที่ 2 ที่มีชื่อว่า Patch Tool ตามภาพหมายเลข 1
| |||
ขั้นตอนที่ 2 ให้ใช้เครื่องมือ Patch Tool ทำการ Select รอบ ๆ พื้นที่ ๆ เราต้องการจะเอาออก (ในที่นี้ ต้องการจะให้รูปดาวหายไป กลายเป็นทรายแทน) จากนั้นเมื่อ Select พื้นที่ ๆ ไม่ต้องการแล้ว เราต้องการให้พื้นผิวตรงที่เลือกนี้ เปลี่ยนไปเป็นแบบไหน ก็ให้ทำการลาก Select นี้ ไปปล่อยบริเวณที่เราต้องการพื้นผิว (อยากให้รูปดาวกลายเป็นทราย Select แล้วก็ลากไปวางที่พื้นที่ ๆ เป็นทราย บริเวณที่มีลูกศร)
| |||
ผลลัพธ์ ก็จะได้ตามภาพสุดท้าย รูปดาวหายไปกลายเป็นพื้นทรายแทน เสร็จแล้วค่ะ ง่ายใช้ไหมละค่ะ ...
| |||
ส่วนใหญ่เราก็ใช้เครื่องมือตัวนี้ ในการรีทัช ที่เห็นบ่อย ๆ ก็เช่น การลบสิวเสี้ยนออกจากใบหน้า เป็นต้น และอื่น ๆ แล้วแต่วัตถุประสงค์ จริง ๆ เราใช้เครื่องมืออื่น ๆ เช่น Stamp Tool ก็ไ้ด้เหมือนกันค่ะ
บทความนี้ก็ถือเป็นการเอาเครื่องมือในโปรแกรม Photoshop มาแนะนำกันค่ะ เผื่อว่าจะได้ใช้กัน เพราะงานบางงาน เครื่องมือบางตัวก็มีขีดจำกัด หรือบางคนก็ถนัดไม่เหมือนกัน ตัวนี้อาจจะใช้ง่าย ตัวโน่นใช้ยาก ตัวนี้ทำงานเร็วกว่า ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนค่ะ รู้ไว้หลาย ๆ อย่างไม่เสียหายค่ะ ... แล้วเจอกันใหม่ในบทความต่อ ๆ ไปค่ะ หรือเจอกันใน Facebook ค่ะ | ||
สร้างตัวอักษรแบบลูกกวาด ด้วยการใช้ Layer Style
| สร้างตัวอักษรแบบลูกกวาด ด้วยการใช้ Layer Style | ||
บทความ Photoshop บทความนี้ จะเป็นการใส่ลูกเล่นให้กับข้อความ ด้วยการใช้ Layer Style จนทำให้ข้อความธรรมดา ๆ กลายเป็นข้อความที่ดูดี และน่าสนใจ สไตล์ลูกกวาดหวานแหว๋ว มีวิธีการทำอย่างไร ศึกษาได้จากบทความนี้
| ||
บทความนี้เราจะมาใช้โปรแกรม Photoshop ใส่ Layer Style ให้ข้อความที่เราสร้างขึ้น จนได้ผลลัพธ์ตามภาพที่ 1
ขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนแรกเลยก็ให้เปิดโปรแกรม Photoshop ขึ้นมาจากนั้นสร้างไฟล์ใหม่ โดยใช้คำสั่ง File --> New เลือก Background ของชิ้นงานที่จะสร้างให้เป็นสีขาว จากนั้นเมื่อได้ชิ้นงานมาแล้ว ให้เลือกใช้เครื่องมือ Type Tool แล้วทำการเลือกสี Foreground เป็นสีเขียวตามภาพที่ 1 (ใช้เครื่องมือ Eyedropper tool ดูดสีเอาจากภาพในบทความได้เลยค่ะ Eyedropper tool คือเครื่องมือที่อยู่บน เครื่องมือที่เป็นรูปแว่น) จากนั้นพิมพ์ข้อความที่เราต้องการจะสร้างค่ะ (ในที่นี้สร้างในพื้นที่ความกว้าง 360 px. เน้นรูปแบบตัว Font ที่มีความหนาเยอะ ๆ เวลาใส่ Style จะได้เห็นได้ชัดเจน ตามภาพใช้ Font BlueStone ขนาด 85 pt.) ขั้นตอนที่ 2 เมื่อสร้างข้อความได้แล้ว ขั้นตอนต่อมา ก็ให้คลิกที่ Layer ข้อความที่เราสร้างขึ้น จากนั้นใช้คำสั่ง Layer --> Layer Style --> Blending Options ... เพื่อเรียกใช้งาน Layer Style เริ่มต้นกันด้วยอันดับแรก การใส่ Drop Shadowโดยคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Drop Shadow ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 2 จากนั้นคลิกที่ Drop Shadow แล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลฝั่งขวามือ ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นการใส่เงาด้านล่างให้กับข้อความที่เราสร้างขึ้น | |||
ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นต่อมาเราจะใส่ Style ในส่วนของ Inner Shadow ซึ่งก็คือการใส่เงาด้านในของข้อความ ให้ทำการโดยคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Inner Shadow ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 3 คลิกที่ Inner Shadow แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ
ขั้นตอนที่ 4 ต่อมาเราจะทำการใส่ Style ในส่วนของ Outer Glow ซึ่งเป็นการใส่แสงเรือง ๆ ให้กัีบบริเวณด้านนอกของข้อความ โดยการคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Outer Glow ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 4 คลิกที่ Outer Glow แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ | |||
ขั้นตอนที่ 5 ต่อมาเราจะทำการใส่ Style ในส่วนของ Inner Glow ซึ่งเป็นการใส่แสงเรือง ๆ ให้กัีบบริเวณด้านในของข้อความ โดยการคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Inner Glow ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 5 คลิกที่ Inner Glow แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ
ขั้นตอนที่ 6 ต่อมาเราจะทำการใส่ Style ในส่วนของ Bevel and Emboss ซึ่งเป็นรอยบากรอยนูนของข้อความ โดยการคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Bevel and Emboss ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 6 คลิกที่ Bevel and Emboss แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ | |||
ขั้นตอนที่ 7 ต่อมาเราจะทำการใส่ Style ในส่วนของ Contour ของ Bevel and Emboss เพื่อกำหนดลัษณ์ความสูงต่ำของการนูนของข้อความ โดยการคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Contour ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 7 คลิกที่ Contour แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ
ขั้นตอนที่ 8 ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทำการใส่ Style ในส่วนของ Satin เพื่อใส่สีเลื่อมเงาภายในตัวข้อความ โดยการคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า Satin ตามภาพที่ตำแหน่งที่ 7 คลิกที่ Contour แ้ล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ตามข้อมูลด้านขวามือ จากนั้นคลิก OK ก็จะได้ผลลัพธ์ตามภาพที่ 1 | |||
สำหรับวัตถุประสงค์ของการสอนการใช้งาน โปรแกรม Photoshop ในบทความนี้ ก็เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ Layer Style ของโปรแกรม Photoshop ซึ่งมีความยืดหยุ่น เราสามารถกำหนด Style แต่ละตัว ให้ได้ออกมาเป็นข้อความลักษณะต่าง ๆ ได้หลากหลาย ลองเอาไปลองเล่นกันดูนะค่ะ (ลองปรับแต่งแก้ไข Style ดูค่ะ โดยดับเบิ้ลคลิกที่ Layer ข้อความ เพื่อเรียก Layer Style ขึ้นมาค่ะ)
สำหรับการใช้ Style นั้น จริง ๆ เราเคยลองใช้กันไปบ้างแล้วในส่วนของบทความ "การทำตัวอักษรสีทอง" และอีกหลาย ๆ บทความ ที่เป็นการสร้างข้อความตัวอักษร นอกจากนี้แล้ว เราก็ยังเคยใช้ Style สำเร็จที่มีอยู่ใน โปรแกรม Photoshop ไปแล้วด้วย นั้นก็คือบทความ "สร้างปุ่มแบบง่าย ๆ ด้วย Style (แบบที่ 2)" ซึ่งเราอาจจะใช้วิธีการลักษณะเดียวกันกับการสร้างปุ่ม ในการใส่ Style ให้กับข้อความก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ที่แนะนำบทความนี้ เพราะต้องการให้เราลองปรับใช้เอง ซึ่งมีความยืดหยุ่นหลากหลายมากกว่า เพราะเราสามารถกำหนดปรับแต่ง Style ให้ออกมาได้หลายร้อยหลายหมื่นรูปแบบ ไม่ซ้ำกันเลย ลองเอาไปปรับกันดูค่ะ... เดียวบทความนี้ขอจบเท่านี้ก่อนค่ะ เพราะรู้สึกว่าจะยาวเหลือเกินค่ะ | |||
สร้างภาพดูโอโทน ด้วย Photoshop แบบง่ายสุดๆ
| สร้างภาพดูโอโทน (Duotone) ด้วย Photoshop แบบง่ายสุด ๆ | ||
บทความนี้ เราจะมาใช้โปรแกรม Photoshop เปลี่ยนโหมดสีของภาพ เพื่อสร้างภาพให้ออกมาเป็นโหมดสีแนวดูโอโทน (Duotone) กันค่ะ วิธีการทำนั้นง่ายมาก ๆ ค่ะ ใครสนใจดูได้ที่บทความ Photoshop บทความนี้เลยค่ะ
| ||
โหมดการเปลี่ยนสีภาพเป็นลักษณะ Duotone นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่แตกมาจากโหมดสีแบบ Grayscale โดยเป็นลักษณะของการใช้สีแทนที่สีขาวและดำในภาพ Grayscale เพื่อให้กลายเป็นสีอื่น ๆ
ขั้นตอนแรก หลังจากที่ได้เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการจะตกแต่ง เข้ามาในโปรแกรม Photoshop แล้ว ให้ทำการเปลี่ยนโหมดของภาพให้เป็นแบบ Grayscale ก่อน โดยใช้คำสั่ง Image --> Mode --> Grayscale | |||
ขั้นตอนที่ 2 หลังจากภาพถูกเปลี่ยนโหมดเป็นภาพแบบ Grayscale ตามภาพที่ 2 แล้ว เราก็มาเปลี่ยนภาพเป็นโหมดสีแบบDuotone โดยใช้คำสั่ง Image --> Mode --> Duotone สังเกตบริเวณ Type จะเป็น Duotone (แบบ 2 เฉดสี) ตามภาพในตำแหน่งที่ 1
| |||
ขั้นตอนที่ 3 ในส่วนของหน้าต่าง Duotone Option เราสามารถที่จะเปลี่ยนเลือกใช้โทนสีที่ต้องการจะใช้แทนที่สีขาวดำในภาพ Grayscale ซึ่งสามารถเลือกเปลี่ยนสีได้โดยคลิกที่สี ที่บริเวณตำแหน่งที่ 2 (เลือกเปลี่ยนได้ทั้ง 2 สี และสามารถปรับแต่ง Curve เพื่อปรับน้ำหนักของสีได้ด้วยเช่นกัน) ซึ่งเมื่อเราคลิกแล้วจะมีหน้าต่าง Custom Colors มาให้เลือก ตามตำแหน่งหมายเลข 3 ซึ่งอยากไ้ด้ภาพแนว Duotone ออกมาเป็นสีไหน ก็เลือกสีได้ตามใจชอบเลยค่ะ
| |||
ขั้นตอนที่ 4 เมื่อเลือกสีที่จะแทนที่ และปรับแต่ง Curve ไล่น้ำหนักโทน เรียบร้อยแล้ว ก็คลิกปุ่ม OK ได้เลยค่ะ ผลลัพธ์ของการตกแต่งภาพ Duotone ที่ได้จากการกำหนดสีตามภาพด้านบน ก็จะได้ภาพแนว Duotone ตามภาพด้านล่างค่ะ ส่วนภาพด้านล่างอีก 2 ภาพก็เป็นการใช้สีเหลือง และสีฟ้าในการแทนที่ และมีการปรับแต่ง Curve ก็จะได้ลักษณะภาพออกมาอย่างที่้เห็นค่ะ
| |||
นอกจากนี้แล้วในส่วนของโหมด Duotone ยังสามารถแทนที่สีได้ไม่เฉพาะแค่ 2 เฉดสี แต่มีให้เลือกได้ในส่วนของ Type ในภาพตำแหน่งที่ 1 ซึ่งเราสามารถเลือก Type ได้เป็น 4 แบบดังนี้
Monotone เป็นการตกแต่งภาพ ให้เป็นภาพที่ใช้โทนสีเดียวแทนโทนสีดำของภาพ Duotone เป็นการตกแต่งภาพ ให้เป็นภาพที่ใช้โทนสีสองสีแทนโทนสีดำของภาพ Tritone เป็นการตกแต่งภาพ ให้เป็นภาพที่ใช้โทนสีสามสีแทนโทนสีดำของภาพ Quadtone เป็นการตกแต่งภาพ ให้เป็นภาพที่โทนสีสี่ีสีแทนโทนสีดำของภาพ ลองเอาไปตกแต่งภาพเล่น ๆ ดูนะค่ะ โดยส่วนตัว Webmaster ก็ชอบภาพลักษณะนี้ดูเก่า ๆ ได้อารมณ์ภาพไปอีกแบบค่ะ สำหรับบทความ Photoshop บทความนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ค่ะ | |||
สร้างกรอบรูปแบบรอยพู่กัน ด้วย Layer mask และ Brush Tool
| สร้างกรอบรูปแบบรอยลากพู่กัน ด้วย Layer Mask และ Brush Tool | ||
หลังจากหายหน้าไปนาน วันนี้ Webmaster กลับมาพร้อมบทความการทำกรอบรูปโดยใช้ Layer Mask และ Brush Tool เพื่อให้ได้กรอบรูปลักษณะแบบรอยลากพู่กัน ใครสนใจคลิกเลยค่ะ
| ||
ขั้นตอนแรกเลยก็เปิดโปรแกรม Photoshop ในเครื่องขึ้นมาเลยค่ะ และทำการ Open File รูปที่ต้องการจะนำมาตกแต่งภาพ การสร้างกรอบรูปเข้ามาในโปรแกรม Photoshop ค่ะ
| |||
ขั้นตอนที่ 2 หลังจากเปิดไฟล์ขึ้นมาแล้ว ให้ทำการสร้าง Layer ใหม่ โดยการคลิกที่ Creat a new Layer ตามภาพตำแหน่งหมายเลข 2 ดังภาพด้านบน ซึ่งจะทำให้มี Layer เพิ่มขึ้นมาอีก 1 Layer ดังภาพด้านล่างในตำแหน่งที่ 3 ค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 ต่อมาเราจะทำการ Add Layer Mask ให้กับเลเยอร์ที่ได้สร้างขึ้นใหม่ ซึ่งสามารถทำได้โดยการคลิกที่ปุ่ม Add layer mask ดังภาพด้านล่างในตำแหน่งที่ 4 | |||
ขั้นตอนที่ 4 จะเป็นขั้นตอนการเลือกหัวแปรง หรือ Brush ซึ่งทำได้โดยเลือกเครื่องมือ Brush Tool จาก Tool Box ดังภาพในตำแหน่งที่ 5 หลังจากนั้นให้เปลี่ยนหัวแปลงให้มีลักษณะคล้ายพู่กัน ทำได้โดยคลิกที่ตำแหน่ง A จากนั้นคลิกที่ตำแหน่ง B เพื่อเลือกลักษณะรูปแบบ Brush โดยให้เลือกเป็น Thick Heavy Brushes และเลือก Brush ที่มีชื่อว่า Flat Bristle ตามภาพในตำแหน่ง C
| |||
ขั้นตอนที่ 5 เมื่อได้เลือกหัวแปรงเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการคลิกที่ Layer ที่เราได้สร้างเตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 2 และได้สร้าง Layer Mask ไว้แล้ว (Layer ด้านบนที่พื้นสีขาว) โดยให้คลิกบริเวณที่เป็น Layer Mask จากนั้นให้คลิกเมาส์และลาก Brush ลงบนภาพ ในลักษณะคล้าย ๆ การระบายสีภาพ
| |||
เมื่อเราทำตามขั้นตอนในข้อ 5 เสร็จ เราก็จะได้ผลลัพธ์ลักษณะตามภาพสุดท้าย แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ใครจะเอาไปตกแต่งเพิ่มเติมให้เหมือนภาพลักษณะภาพวาดสีน้ำมันก็ได้ ลองเอาไป Apply กันดูค่ะ ... สำหรับบทความ photoshop บทความนี้ก็มีเพียงแค่นี้ค่ะ เจอกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ
| |||
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)